บุกพิสูจน์ดวงไฟแปลกที่ถ้ำเขาหนองกรวยช้าง เจอ “เลขเด็ด” ที่เซียมซี 519

บุกพิสูจน์ดวงไฟแปลกที่ถ้ำเขาหนองกรวยช้าง ประชาชนผิดหวังปากถ้ำปิดสนิท แต่ว่าได้เลขเด็ด เจ้าพ่อเขาหนองกรวยช้าง” มาแทน เปิดเผยตำนานเมืองลับแลน่าอัศจรรย์ใจ

จากกรณีมีประชาชนกลุ่ม 3, กลุ่ม รวมทั้งกลุ่ม 14 ตำบลรางบัว จังหวัดจังหวัดราชบุรี หลายสิบคน ประสบพบเห็นดวงไฟแปลกเปลี่ยนสีได้ ลอยวูบวาบอยู่เหนือยอดไม้กึ่งกลางทุ่งข้าว และก็หายเข้าไปในตีนเขาหนองกรวยช้างโดยลักษณะดวงไฟลอยขึ้นสูงต่ำกลายเป็น สีส้ม สีเขียว สีแดง รวมทั้งสีขาวได้ ทำให้มีประชาชนจากพื้นที่ต่างๆต่างพากันมาพิสูจน์ว่าดวงไฟดังกล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นอะไรกันแน่

นายกล้า แก้วพฤกษ์ ผู้ใหญ่บ้านกลุ่ม ตำบลรางบัว พร้อมประชาชนในพื้นที่กว่า 20 คน ได้พาผู้รายงานข่าวขึ้นไปตรวจรอบๆถ้ำเขาหนองกรวยช้าง แต่ว่าเมื่อมาถึงหน้าปากถ้ำ ก็พบว่าปากถ้ำนั้นถูกปิดไม่สามารถที่จะเข้าไปพิสูจน์ข้างในถ้ำได้

ดังนี้ เจอแต่เพียงรอยเปื้อนงูพิษขนาดใหญ่อยู่บริเวณปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งรอบๆปากถ้ำมีศาลเจ้าบิดาเขากรวยช้างตั้งอยู่ และก็ยังเจอกระบอกเซียมซีวางไว้โดยไม้เซียมซีมีเลขติดไว้ด้วย สำหรับให้ราษฎรที่มากยิ่งกว่าเดิมราบไหว้ขอโชคลาภ แต่ว่าเพราะราษฎรไม่ค่อยกล้าขึ้นมารอบๆนี้ และก็ศาลมีภาวะเก่าทำให้เลขที่เขียนไว้ที่ไม้เซียมซีถูกปลวกกัดรับประทานจนถึงเกือบจะดูจำนวนมองไม่เห็น

ละเว้นเลข เลข 19 และก็เลข 13 ที่ยังมีภาวะบริบูรณ์ ประชาชนที่ขึ้นไปตรวจสอบต่างถ่ายภาพไว้และจากนั้นจึงนำไปโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ทำให้มีอาการชาบ้านที่รู้ข่าวต่างพากันไปพบซื้อเลขเด็ด 19, 13, 519 และก็ 513 กันจำนวนไม่น้อย

นางลำใย ภูเขาบาน อายุ 61 ปี ประชาชนกลุ่ม ตำบลรางบัว เล่าให้ฟังว่ารอบๆเขาหนองกรวยช้าง มีเรื่องมีราวลี้ลับเยอะแยะ ซึ่งตนรวมทั้งประชาชนในหมู่บ้านได้พบมาพร้อมกับตัวแล้วหลายคราว แต่ว่ายุคบรรพบุรุษได้เล่าให้ฟังว่า

นับจากยุคเมื่อการศึกไทยกับประเทศพม่า รอบๆดังกล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นจุดยุทธศาสตร์สำหรับในการส่งเสบียงอาหารของทหารเมียนมาร์เมื่อเข้ามาตีทหารไทย แม้กระนั้นทหารเมียนมาร์ไม่สามารถที่จะส่งเสบียงอาหารให้กำลังทหารเมียนมาร์ที่เข้ามารุกเมืองไทยได้ เนื่องด้วยอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าพ่อเขาหนองกรวยช้าง ทำให้ทหารเมียนมาร์จะต้องถอบกลับกลับไปอยู่บ้านเมืองไป เมื่อ 300 ปีที่ล่วงเลยไป

โดยประชาชนเช้าใจกันว่ารอบๆเขาหนองกรวยช้าง เป็นประตูสู่เมืองลับแล ตามเรื่องตามราวเล่าของคนเก่าคนแก่พูดว่า มีผัวเมียอยู่คู่หนึ่ง อยู่กินร่วมกันจนกระทั่งมีลูกชายวัย ขวบ ในเมืองลับแล วันหนึ่งข้างเมียได้ออกไปพบผลไม้ รวมทั้งให้ผัวเป็นคนดูแลลูกชาย แม้กระนั้นลูกชายร้องไห้หาแม่ไม่ยินยอมหยุด จนกระทั่งข้างผัวจำต้องปลอบโยนลูกชายว่า อย่าร้องไห้ อีกประเดี๋ยวแม่เจ้าก็กลับมาแล้ว

แต่ว่ามีราษฎรบุคคลอื่นในเมืองลับแล ได้ยินข้างผัวพูดไม่จริงลูกชายอย่างนั้น ก็เลยนำเรื่องไปแจ้งผู้ดูแลเมืองลับแล ซึ่งเมืองลับแล มีกฎว่า ห้ามทุกคนในเมืองลับแลโป้ปดมดเท็จ ก็เลยสั่งลงทัณฑ์ข้างผัว โดยไล่ให้ออกไปจากเมืองลับแล ห้ามกลับเข้ามาในเมืองลับแลอีก

ถัดมาเมียทราบเรื่องรู้สึกเศร้ามากมาย เนื่องจากว่ารักผัวมากกว่าชีวิต ก็เลยไปแอบหักกิ่งขมิ้นใส่ย่ามไว้เต็มย่ามให้ข้างผัว เพื่อผัวทิ้งกิ่งขมิ้นไว้ตามพื้นก่อนออกพ้นประตูถ้ำเมืองลับแล เพื่อยามใดนึกถึงลูกภรรยา จะได้เดินตามกิ่งขมิ้นกลับมายอดเยี่ยมลูกกับภรรยาถูก

แต่ว่าข้างผัวเริ่มเดินทางไปได้ไม่ถึงไหนก็รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเนื่องจากว่าย่ามที่ใส่กิ่งขมิ้นหนักมากมาย ก็เลยเทกิ่งขมิ้นทิ้ง เหลือไว้เพียงแค่ กิ่ง ก่อนที่จะเริ่มเดินทางต่อ แล้วก็ทำเครื่องหมายไว้กับต้นไม้แทน เพื่อจะได้จำทางกลับได้ แม้กระนั้นเมื่อพ้นประตูเมืองแดนลับแล หรือ ปากถ้ำเขาหนองกรวยช้าง ข้างผัวก็เลยหันหลังกลับไปดู พบว่าไม่มีประตูเมืองแดนลับแลอยู่แล้ว

เมื่อเปิดในย่ามก็เลยมีความคิดเห็นว่ากิ่งขมิ้นที่ข้างเมียหักมาใส่ให้ในย่าม เปลี่ยนไปเป็นทอง แม้กระนั้นข้างผัวต้องการจะกลับไปพบเมีย แล้วก็ลูกชายที่เมืองลับแลให้ได้ ก็เลยตั้งหลักปักฐานอยู่รอบๆตีนเขาหนองกรวยช้าง แต่ว่าก็ไม่อาจจะกลับเข้าไปในเมืองลับแลได้

จนถึงเสียชีวิตจนกระทั่งแปลงเป็นใจที่ค่อยเฝ้าปากถ้ำเขาหนองกรวยช้าง เมื่อทุกคนเข้าไปใกล้จะถูกใจขับไสออกมา เพื่อปกป้องประตูเมืองลับและคุ้มครองปกป้องโภคทรัพย์ไว้ ไม่ให้คนใดกันแน่ล่วงรู้หรือมาลักขโมยเอาไป

Comments are Disabled